
วิทยาลัยชุมชนสงขลา สานพลังเยาวชน RDPB Camp รุ่น 16 จัดกิจกรรม "ศิลปะสร้างสุข"
เชื่อมสัมพันธ์สองวัย ผ่านนวัตกรรม "สีเพลิน" จากวัสดุเหลือใช้
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
วิทยาลัยชุมชนสงขลา นำโดย อาจารย์ศุภพิชญ์ ดำนวล ครูชำนาญการพิเศษ (อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ) นำทีม SK-CC สานศิลป์ถิ่นใต้ นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสงขลาในโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่ 16 จัดกิจกรรม "ศิลปะสร้างสุข" ณ โรงเรียนบ้านโคกตก อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งต่อแรงบันดาลใจจากโครงการ “สีเพลิน (Si-Ploen): สืบสานศาสตร์พระราชาจากเศษวัสดุเหลือใช้ สู่สีสันแห่งความยั่งยืน” ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569
กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงผลงานและความทรงจำของผู้สูงอายุ สู่จินตนาการของเด็กและเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ โดยบรรยากาศเริ่มต้นขึ้นอย่างอบอุ่นเมื่อทีมนักศึกษา ได้แก่ นางสาวฟิรดาวส์ เจะโด, นางสาวนุรวีญ์นา โตะแวเต็ง, นางสาวมาติกา พรหมรักษา และนางสาวซารีนี สันเด็น ได้นำผลงานศิลปะชุด “วาดความสุขในความทรงจำ” ซึ่งเป็นผลงานของผู้สูงอายุจากกิจกรรมก่อนหน้า มาจัดแสดงให้น้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านโคกตกได้ชื่นชม พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวที่มาของแบรนด์ "สีเพลิน (Si-Ploen)" นวัตกรรมสีจากธรรมชาติที่แปรรูปจากเศษวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น กากมะพร้าว กากกาแฟ เปลือกมังคุด เปลือกเม็ดมะขาม ตามแนวทางศาสตร์พระราชา
นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนได้สัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ "สีเพลิน" อย่างเต็มที่ เด็กๆ ต่างตื่นเต้นกับการได้ลองผสมสี ขีดเขียน และระบายสีสันจากธรรมชาติลงบนกระดาษอย่างอิสระ เพื่อปลดปล่อยจินตนาการและทำความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จากนั้น ทีมนักศึกษาได้นำน้องๆ เข้าสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ "ศิลปินน้อยรักษ์โลก" ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ถ่ายทอดมุมมองเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานศิลปะของตนเองโดยใช้สีเพลิน ปิดท้ายด้วยการจัดตั้ง "แกลเลอรีศิลปินน้อย" พื้นที่จัดแสดงผลงานที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ทุกคนได้นำเสนอผลงานของตนเองและบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพวาดอย่างภาคภูมิใจ เป็นการสร้างความมั่นใจและปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกไปพร้อมกัน
โครงการ "สีเพลิน (Si-Ploen)" ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยลดขยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของ "ศิลปะ" ในการเป็นเครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์คนต่างวัย สร้างสุขภาวะในชุมชน และสืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม


